มาตรการรักษาความปลอดภัยของ โครงสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน (ตอนที่ 2)

 

        การรักษาความปลอดภัยโครงสร้างใต้ดินส่วนที่อยู่ภายใน “เขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้า” (Protection Zone)

                  มาตรการคุ้มครองความปลอดภัยของโครงสร้างระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งได้กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของโครงสร้างใต้ดิน เช่น อุโมงค์ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ทางขึ้น-ลงของผู้โดยสาร และอาคารระบายอากาศ นั้น นอกจากจะได้มีการกำหนดมาตรการการรักษาความปลอดภัยโครงสร้างใต้ดินส่วนที่อยู่ใน “เขตดำเนินการระบบขนส่งมวลชน” (Right of Way) แล้ว ยังได้มีการกำหนดกลไกในการรักษาความปลอดภัยแก่โครงสร้างใต้ดินส่วนที่อยู่ภายใน “เขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้า” (Protection Zone) ด้วย ถึงแม้ว่าที่ดินในบริเวณเขตปลอดภัยจะยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน และเจ้าของที่ดินสามารถดำเนินการใดๆ และก่อสร้างอาคารบริเวณดังกล่าวได้ แต่ต้องไม่ทำให้การดำเนินการนั้นๆ เป็นอันตรายหรืออุปสรรคต่อระบบขนส่งมวลชน

พระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 ได้กำหนดมาตรการทางกฎหมายในเรื่องดังกล่าวไว้ดังต่อไปนี้

                1. การคุ้มครองความปลอดภัยของโครงสร้างใต้ดินจากการก่อสร้างอาคาร
                  ตามปกติเมื่อมีการก่อสร้างใดๆ เจ้าของที่ดินจะต้องไม่ทำความเสียหายแก่โครงสร้างหรืออาคารบริเวณข้างเคียง หากมีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นก็เป็นหน้าที่ของเจ้าของที่ดินที่จะทำการแก้ไข หรือบรรเทาความเสียหาย หรือมิฉะนั้นก็จะต้องมีการป้องกันมิให้เกิดความเสียหายบริเวณพื้นที่ข้างเคียง เช่น การตอก Sheet pile เป็นต้น ในกรณีของการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนก็เช่นเดียวกัน ผู้ที่จะปลูกสร้างอาคารในที่ดินของตนที่อยู่ติดต่อกับเขตดำเนินการระบบขนส่งมวลชน (Right of Way) จะต้องไม่ก่อสร้างในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่โครงสร้างระบบรถไฟฟ้า หากเกิดความเสียหายก็ต้องรับผิดชอบแก้ไข แต่เนื่องจากโครงสร้างระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนเป็นทรัพย์สินที่สร้างขึ้นด้วยงบประมาณ และใช้เพื่อบริการขนส่งสาธารณะ หากปล่อยให้เกิดความเสียหายจะส่งผลกระทบต่อคนโดยสารจำนวนมาก และต่อระบบจราจรขนส่งของเมืองด้วย ดังนั้น รฟม. จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรการในเชิงป้องกัน (preventive measures) โดยให้อำนาจแก่หน่วยงานในการตรวจสอบแบบที่จะก่อสร้างอาคารบริเวณดังกล่าว เพื่อให้แน่ใจว่าการก่อสร้างจะไม่ส่งผลมายังโครงสร้างระบบขนส่งมวลชนเกินกว่าค่าปลอดภัยที่เผื่อไว้ ซึ่งได้วางกลไกของกฎหมายไว้ในลักษณะที่เป็น one stop service โดยให้การพิจารณากระทำในขั้นตอนเดียวกับการขออนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โดย รฟม. จะต้องประกาศกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวไว้ล่วงหน้า และสำเนาส่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาตให้ก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นทราบ และเมื่อเจ้าของที่ดินที่อยู่ในบริเวณเขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้าไปยื่นขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่อยู่ภายในเขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้ายื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวก็จะแจ้งให้ รฟม. ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมพิจารณาว่าแบบเป็นไปตามเงื่อนไขของประกาศดังกล่าวหรือไม่ และในการอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารก็อาจจะพิจารณากำหนดเงื่อนไขไว้ด้วยก็ได้โดยเงื่อนไขในการก่อสร้าง ดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่จะมีผลกระทบต่อระบบรถไฟฟ้านั้น หมายถึง ข้อกำหนดทางวิศวกรรม ทำนองเดียวกับข้อกำหนดทางวิศวกรรมสำหรับการกระทำในบริเวณเขตดำเนินการระบบขนส่งมวลชนที่กำหนดขึ้น สำหรับเขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้านั่นเอง ซึ่งขณะนี้ รฟม. อยู่ในระหว่างการดำเนินการยกร่างเงื่อนไขดังกล่าวอยู่

                   ในกรณีที่ทำการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือได้รับอนุญาตแล้วแต่ก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแบบหรือเงื่อนไข รฟม. ก็สามารถสั่งให้ระงับการก่อสร้างไว้ก็ได้ในกรณีที่จำเป็นเร่งด่วน เพื่อป้องกันอันตรายแก่ระบบรถไฟฟ้า และถ้าสั่งการแล้วยังขัดขวางก็มีบทลงโทษด้วย

                2. การคุ้มครองความปลอดภัยของโครงสร้างใต้ดิน จากการกระทำการอย่างอื่นที่มิได้อยู่ในบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

                นอกจากมีการควบคุมการก่อสร้างอาคารภายในเขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้าแล้ว ขณะนี้ รฟม. กำลังพิจารณายกร่างประกาศการกำหนดให้การดำเนินการอื่นๆ เช่น การขุดหลุมขนาดใหญ่มากๆ ที่อาจทำให้เกิดแรงลอยตัวของดิน ทำให้อุโมงค์ที่อาจจะมีผลกระทบต่อโครงสร้างอุโมงค์และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินด้วย เช่น รถไฟฟ้าเสียหาย เป็นต้น

สรุป

                มาตรการรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างระบบรถไฟฟ้าใต้ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. ได้มีกลไกของกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจนและเพียงพอ กล่าวคือในหลักการ รฟม. มีนโยบายที่ชัดเจนในการที่จะทำให้เจ้าของหรือผู้มีสิทธิในที่ดินนั้น ทั้งในบริเวณเขตดำเนินการระบบขนส่งมวลชนและบริเวณเขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้าสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดิน ของตนได้อย่างเต็มที่ แต่ต้องไม่ก่อความเสียหายแก่ระบบขนส่งสาธารณะ กรณีที่เป็นภายในเขตดำเนินการระบบขนส่งมวลชน (Right of Way) เจ้าของหรือผู้มีสิทธิในที่ดินจะต้องไม่กระทำการใดๆ อันอาจทำให้เกิดอันตรายหรือเป็นอุปสรรคแก่ระบบขนส่งมวลชน แต่ขณะที่ภายในเขตปลอดภัยระบบรถไฟฟ้าซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินยังคงเป็นของเอกชนนั้น เจ้าของหรือผู้มีสิทธิในที่ดินจะสามารถใช้ที่ดินของตนได้แต่ต้องไม่กระทำการใดๆ อันอาจทำให้เกิดอันตรายหรือเป็นอุปสรรคแก่ระบบขนส่งมวลชนซึ่ง รฟม. ได้ประกาศกำหนดเงื่อนไขในการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่จะมีผลกระทบต่อระบบรถไฟฟ้าไว้ และจะมีประกาศกำหนดให้การกระทำใดๆ ที่อาจทำให้เกิดอันตรายหรือเป็นอุปสรรคแก่ระบบรถไฟฟ้าเป็นการกระทำที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป

 
Suggest website at webmaster@mrta.co.th