การจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล

  
   

      โครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2540 ปัจจุบันการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมที่จะเปิดทดลองให้บริการในวันที่ 13 เมษายน 2547 และเปิดบริการอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2547 รฟม. ได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เริ่มต้นก่อสร้างจนเป็นผลให้ได้รับรางวัลสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่นประจำปี 2545 ประเภทโครงการคมนาคม จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2545

   สำหรับมาตรการดำเนินการได้มีการควบคุมผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบด้วยการคัดเลือกวิธีการก่อสร้างที่จะก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมต่ำ มีการควบคุมการก่อสร้างในทุกขั้นตอน มีแผนงานและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ ในการก่อสร้างได้แบ่งเนื้องานออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้ผู้รับเหมาแต่ละรายเกิดการแข่งขันและเปรียบเทียบ เป็นผลให้การดำเนินงานของ รฟม. ในด้านการรักษาสภาพแวดล้อมประสบความสำเร็จ และหน่วยงานอื่นนำไปเป็นแบบอย่างในการก่อสร้างอื่นๆ ด้วย

 

ในการดำเนินงานมีการดำเนินการทั้งมาตรการเชิงรับและเชิงรุก ดังนี้

มาตรการเชิงรับ : ข้อกำหนดแห่งสัญญาและการจัดการระดับนโยบาย

1.  สัญญาและข้อกำหนดต่างๆ ของ รฟม. ได้กำหนดไว้โดยใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.. 2535 และ Guidelines on Mitigation of the Environmental Impact ปี 2539 ของสำนักงานคณะกรรมการจัดการจราจรทางบก (สจร. ในขณะนั้น) เป็นหลัก รวมทั้งใช้ข้อกำหนดของ กทม. และของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้ยังได้ระบุเพิ่มในส่วนของ Employer Requirement   ในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ น้ำ ขยะ เสียง การใช้ที่ดิน และการใช้สารเคมี ตลอดจนผลกระทบ  
ด้านทัศนียภาพที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้ผู้รับจ้างสามารถทำการก่อสร้างโดยก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในร
ะดับต่ำ


2.  รฟม. ได้ดำเนินการร่วมมือกับที่ปรึกษาทำการประมวลสัญญาและข้อกำหนดต่างๆ เพื่อจัดทำ Environmental Management Plan (EMP) แสดงแนวทางของวิธีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Strategies) ที่นำมาใช้กับโครงการทั้งหมด และแผนปฏิบัติงานเฉพาะ (Action Plan) ในแต่ละบริเวณก่อสร้าง


3.  มีการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้รับจ้าง ด้านลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ประกอบด้วย ผู้แทนของ รฟม. ผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร และผู้แทนจากองค์กรอิสระที่ไม่หวังผลกำไร (NGO) ได้นำ EMP มาใช้ในการควบคุมงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง อีกทั้งยังร่วมกันปรับเปลี่ยนบางส่วน และเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในการก่อสร้างโดยตลอด


 มาตรการเชิงรุก : การประชาสัมพันธ์และการตรวจสอบภาคสนาม

1.  การจัดทำโครงการชุมชนสัมพันธ์ (Community Relations) ออกเยี่ยมเยือนและประสานงานกับผู้นำชุมชนบริเวณสายทาง เพื่อให้ความรู้และทำให้เกิดความมั่นใจในโครงการ


2.  การจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ โดยจัดโทรศัพท์สายตรงถึง 3 เลขหมาย เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์และประสานให้มีการแก้ไขตามข้อร้องเรียนทันที ตรวจสอบผลการแก้ไขและแจ้งกลับผู้ร้องเรียนอย่างครบวงจร เพื่อแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา ในการปฏิบัติงานได้ปฏิบัติตามนโยบายและเกณฑ์มาตรฐานโดยกำหนดให้การตรวจวัดค่าพารามิเตอร์ของสิ่งแวดล้อม ได้แก่
  • คุณภาพน้ำประกอบด้วยการตรวจวัดค่า BOD, SS, TKN, Oil & Grease และ Total Coliform Bacteria
  • คุณภาพอากาศประกอบด้วยการตรวจวัดค่า TSP และ PM-10
  • คุณภาพระดับเสียงประกอบด้วยการตรวจวัดค่า Leg 24 hr (dB(A))
  • ความสั่นสะเทือนประกอบด้วยการตรวจวัดค่า Peak Vector Sum

     การตรวจวัดพารามิเตอร์เหล่านี้ได้ดำเนินการโดยใช้บริษัทที่ปรึกษาอิสระที่มีความชำนาญงานโดยตรง (Third Party) ตามเกณฑ์พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.. 2535 โดยมีการวัดค่าที่เกิดขึ้นก่อนการก่อสร้าง (Baseline) เพื่อใช้เปรียบเทียบกับค่าที่ตรวจวัดได้ในขณะก่อสร้างคณะทำงานติดตามตรวจสอบการทำงานของผู้รับจ้าง ด้านลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ จะเป็นผู้นำค่าต่างๆ ของพารามิเตอร์ดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง นำผลลัพธ์ที่ได้จากการพิจารณามาบังคับให้ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและรอบคอบตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน


         นอกจากนั้นได้กำหนดวิธีการปฏิบัติงานเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมภายในสถานที่ก่อสร้าง รายละเอียดของการปฏิบัติงานที่กำหนด ประกอบด้วย
  • การแสดงรายละเอียดของบริเวณก่อสร้าง
    ในบริเวณก่อสร้างจะต้องมีการจัดผังอย่างเหมาะสม ประกอบด้วยการแสดงตำแหน่งเครื่องจักร ตำแหน่งที่กองเศษวัสดุ ตำแหน่งการระบายน้ำเสีย การจัดทางเข้า
    -ออก    แนวรั้ว และอื่นๆ การกำหนดตำแหน่งดังกล่าวอย่างเหมาะสม ย่อมทำให้การป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ


  • การลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ
    ดำเนินการโดยจัดให้มีการล้างล้อรถ การฉีดพรมน้ำเพื่อลดฝุ่น การติดตั้งรั้วกั้นและการปิดคลุมรถขนวัสดุ การห้ามเผาขยะ เป็นต้น
  • การลดผลกระทบต่อคุณภาพเสียง
    ดำเนินการโดยการใช้อุปกรณ์เก็บเสียงกับเครื่องจักร การควบคุมความเร็วของรถและห้ามการปฏิบัติงานที่มีเสียงดังในตอนกลางคืน เป็นต้น
  • การลดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ
    ดำเนินการโดยการจัดทำเครื่องดักตะกอนก่อนระบายน้ำออกไป การห้ามทิ้งขยะลงแหล่งน้ำโดยเด็ดขาด การจัดทำเครื่องกั้น เพื่อลดโอกาสการซึมเปื้อนของน้ำมันสู่สาธารณะ และการสร้างห้องสุขาที่ถูกต้อง เป็นต้น

  • การลดผลกระทบต่อทัศนียภาพ
    ดำเนินการโดยการจัดทำรั้วสังกะสี (สีเขียว) ตามข้อกำหนดของ กทม. สูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร และการห้ามตัดต้นไม้ เป็นต้น

  • การลดผลกระทบจากขยะ
    ดำเนินการโดยจัดภาชนะเก็บที่เพียงพอ ให้มีการขนออกในเวลาที่เหมาะสม เพื่อมิให้เกิดการสะสม และรถขนเศษวัสดุต้องจัดให้มีผ้าปิดคลุม เป็นต้น
  • การลดผลกระทบต่อการใช้ที่ดิน
    ดำเนินการโดยการจัดเตรียมทางเข้า
    -ออก สำหรับผู้อาศัยบริเวณใกล้กับที่ก่อสร้าง      การจัดแสงสว่างในทางเดินและรั้วบริเวณก่อสร้าง เป็นต้น
  • การลดผลกระทบจากการขุดอุโมงค์
    ดำเนินการโดยเลือกใช้วิธีเจาะอุโมงค์ที่เหมาะสมกับสภาพดิน และการประกันความเสียหายต่ออาคาร เป็นต้น
  • การประชาสัมพันธ์
    ดำเนินการชี้แจงการก่อสร้าง ตลอดจนประสานงานแก้ไขปัญหาที่ได้รับการร้องเรียน พร้อมการแจ้งกลับ เป็นต้น